ชนิด Bulk Blending Fertilizer(ปุ๋ยผสม)

(+1MgO+0.1B)

พืชที่แนะนำให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก และยางพารา

  • พืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง สับปะรด กล้วย อ้อยตอ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-70 กก./ไร่ การใส่ปุ๋ยเคมีควรใส่ระหว่างต้นแล้วถากหญ้ากลบโคน ครั้งแรกถ้าเป็นกล้วยใส่ห่างโคนกอกล้วยในรัศมีกลางพุ่มใบ 0.5-1 กก./ต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินและอายุของพืช อ้อยตอ ควรใช้กับอ้อยที่ปลูกในดินร่วนเหนียว หรือดินที่มีความอุดมสมบูรณ์
  • ไม้ผลและไม้ยืนต้นอื่นๆ เช่น เงาะ ทุเรียน ลำไย มังคุด น้อยหน่า ขนุน องุ่น กาแฟ มะม่วง มะพร้าว และปาล์มน้ำมัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา พืชที่ยังไม่ให้ผล ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 0.5-1 กก./ต้น/ปี โดยแบ่งใส่ 2-3 ครั้ง ทั้งนี้แล้วแต่สภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินเป็นเกณฑ์ หากเป็นไม้ผลหรือพืชที่ให้ผลแล้ว ใส่อัตรา 2-10 กก./ต้น/ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของพืช โดยแบ่งใส่สองครั้ง การให้ควรใส่แนวรัศมีปลายพุ่มใบ
  • พืชผัก เช่น คะน้า ผักกาดขาวปลี ผักกาดเขียวปลี หอม กระเทียม พริก มะเขือ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา ประมาณ 60-80 กก./ไร่ โดยแบ่งใส่เป็นสองครั้ง ครั้งแรกใส่เป็นรองพื้นจานวนครึ่งหนึ่ง และใส่ครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกประมาณ 30-40 วัน โดยใส่เป็นปุ๋ยเคมีแต่งหน้า
  • บำรุงต้นยางพาราหลังเปิดกรีด ใช้ในสวนยางที่ไม่เคยปลูกพืชตระกูลถั่ว และไม่ใส่ปุ๋ยฟอสเฟตบำรุงพืชคลุมสำหรับดินทุกชนิด 

    การใส่ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นยางมีหลายวิธี เช่น วิธีหว่านปุ๋ยกระจายเป็นแถบห่างจากโคนต้นประมาณ 1-2 ม. แล้วคราดกลบ วิธีหว่านลงไปรอบ ๆ บริเวณโคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ วิธีเจาะเป็นหลุมใส่ปุ๋ยเคมีแล้วกลบ และวิธีเจาะเป็นร่อง เป็นต้น โดยแบ่งใส่เป็นสองครั้ง ๆ ละ 500-600 กรัม/ต้น/ 6 เดือน ครั้งแรกใส่ในระยะต้นยางพาราเริ่มผลิใบอ่อน (ประมาณเดือนพฤษภาคม) ใส่ปุ๋ยเคมีครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกแล้ว 6 เดือน (ประมาณเดือนกันยายน)

ธาตุอาหารรอง / ธาตุอาหารเสริม

  • เป็นองค์ประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ (สีเขียว) ในพืช
  • ช่วยสร้างโปรตีน ไขมัน วิตามิน และน้ำตาลในพืช
  • ส่งเสริมการนำธาตุฟอสฟอรัสไปสู่ลำต้น
  • ทำให้สภาพกรดด่างในเซลล์เหมาะสม

  • ส่งเสริมการออกดอกในพืช
  • ช่วยในการผสมเกสรและการติดผล
  • ช่วยให้พืชใช้ประโยชน์จากไนโตรเจนและแคลเซียมได้ดียิ่งขึ้น
  • ช่วยในการเคลื่อนย้ายฮอร์โมนในพืช