ชนิด Bulk Blending Fertilizer(ปุ๋ยผสม)

(+3MgO+9S)

พืชที่แนะนำให้ใช้ พืชไร่ ไม้ผล พืชผัก

  • พืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง
    • อ้อย ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 40-60 กก./ไร่/ปี ดังนี้
      • อ้อยปลูก แบ่งใส่สองครั้งเท่าๆ กัน ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน

      • อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน อัตรา 50 กก./ไร่ ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยเคมีที่เหลือหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว

      • อ้อยตอ ในเขตชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) อัตรา 50 กก./ไร่ในดินทราย หรือใส่ปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) อัตรา 25 กก./ไร่ในดินเหนียว หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถวควรใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ และจะต้องพรวนดินกลบปุ๋ยเคมี

    • มันสำปะหลัง ใส่ปุ๋ยเคมีครั้งเดียวเป็นหลุมสองข้างต้นแล้วพรวนดินกลบ ใส่อัตรา 60-80 กก./ไร่ เมื่ออายุ 1-2 เดือน หรือหลังการกำจัดวัชพืชครั้งแรก

  • ไม้ผล เช่น มะม่วง กล้วย มะละกอ มะนาว องุ่น ลำไย น้อยหน่า ทุเรียน เงาะ มังคุด ลางสาด ลิ้นจี่ ฝรั่ง และส้ม ในระยะที่มีอายุ 1-3 ปี ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มแล้วพรวนดินกลบ ในอัตรา 1-3 กก./ต้น/ปี ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ใส่ปีหนึ่งๆ ควรใส่ปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง
  • พืชผัก เช่น กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ผักชี คึ่นฉ่าย ผักกวางตุ้ง หอม กระเทียม พริก มะเขือ และน้้ำเต้า ใส่เมื่อพืชตั้งตัวดีแล้ว แบ่งใส่สองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-40 กก./ไร่ โดยวิธีหว่านหรือรองก้นหลุม ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตราเดียวกับครั้งแรก หลังจากใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรก 15-30 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว

ธาตุอาหารรอง / ธาตุอาหารเสริม

  • เป็นองค์ประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ (สีเขียว) ในพืช
  • ช่วยสร้างโปรตีน ไขมัน วิตามิน และน้ำตาลในพืช
  • ส่งเสริมการนำธาตุฟอสฟอรัสไปสู่ลำต้น
  • ทำให้สภาพกรดด่างในเซลล์เหมาะสม

 

  • สร้างกรดอะมิโน โปรตีน และวิตามินบีในพืช
  • ช่วยสร้างสี กลิ่น และน้ำมันในพืช
  • ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์